วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

แนวคิดการจัดการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์


เทคนิคและวิธีการสอนคอมพิวเตอร์
             จากคำกล่าวที่ว่า "การสอนต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์" ซึ่งศาสตร์ คือ ตัวเนื้อความรู้ที่มีอยู่ในตัวผู้สอน ส่วนศิลป์ คือ ศิลปะ   ความสามารถในการถ่ายทอดเนื้อหาไปสู่ผู้เรียน  บางครั้งเนื้อหาเดียวกันผู้สอนต่างกัน ย่อมมีศิลปะในการถ่ายทอดต่างกันด้วย การใช้ศาสตร์และศิลป์ต้องใช้อย่างผสมผสานกลมกลืนกัน การสอนคอมพิวเตอร์ก็เช่นกัน เมื่อผู้สอนที่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ดีอยู่แล้ว ควรต้องพิจารณาเพิ่มศิลปะในการสอน   นั่นคือ การนำความรู้ทางทฤษฎีการสอนและเทคนิควิธีการสอน ไปใช้เพื่อจัดกิจกรรมการเรียนการสอน

             ทฤษฎีการสอน นักการศึกษาหลาย ๆ  ท่าน ได้เสนอทฤษฎีการสอนไว้มากมายหลายทฤษฎี ซึ่งสามารถสรุปเป็น 4 ทฤษฎีใหญ่ ๆ  ด้วยกัน  ดังนี้ (ไชยยศ เรืองสุวรรณ, 2533:65-67)

             1. ทฤษฎีการสอนของกาเย่ (Gagne)  เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการรู้ กล่าวถึงการเรียนรู้ของบุคคลว่าจะเกิดขึ้นได้ดีหรือไม่เพียงใดขึ้นอยนู่กับสภาพการณ์ทั้งภายในและภายนอกผู้เรียน (Internal and External Conditions)  และเหตุการณ์ในการเรียน (Events of Lerning)   จัดเป็นลำดับสภาพการณ์ในการเรียนรู้เป็น 9 ขั้น คือ

                          1.1 การเร้าความสนใจ
                          1.2 แจ้งจุดมุ่งหมายแก่ผู้เรียน
                          1.3 สร้างสถานการณ์เพื่อดึงความรู้เดิม
                          1.4 เสนอบทเรียน
                          1.5 ชี้แนวทางการเรียนรู้
                          1.6 ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ
                          1.7 การให้ข้อมูลย้อนกลับ
                          1.8 การจัดการปฏิบัติ
                          1.9 ย้ำให้เกิดความจำและการถ่ายโอนความรู้

             2. ทฤษฎีการสอนของเมอร์ริลไรเกลท (Merrill - Reigelath) แสดงทัศนะว่าการสอนเป็นกระบวนการที่เสนอเป็นขั้นตอนที่ละเอียดและต่อเนื่อง ดังนี้

                          2.1 เลือกหัวข้อปฏิบัติทั้งหลายที่จะสอนด้วยการวิเคราะห์ภารกิจ
                          2.2 ตัดสินใจว่าจะสอนข้อภารกิจใดเป็นอันดับแรก
                          2.3 จัดลำดับก่อนหลังของข้อภารกิจที่เหลือ
                          2.4 ชี้บ่งเนื้อหาที่สนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ
                          2.5 จัดเนื้อหาเข้าบทเรียนและจัดลำดับบทเรียน
                          2.6 จัดลำดับการสอนภายในบทเรียนต่าง ๆ
                          2.7 ออกแบบการสอนในแต่ละบทเรียน

             3. ทฤษฎีการสอนของเคส (Case)     ให้แนวคิดเกี่ยวกับการสอนด้านพฤติกรรมในระหว่างการสอนแต่ละขั้นของพัฒนาการทางสติปัญญานั้นขึ้นกับการเพิ่มความซับซ้อนของยุทธศาสตร์การคิด   ผู้เรียนจะใช้ความคิดที่ซับซ้อนได้เมื่อได้รับประสบการณ์อย่างมีขั้นตอน    การจัดการสอนลักษณะนี้จัดลำดับตามความมุ่งหมายของภารกิจที่จะเรียน จัดลำดับขั้นการปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความมุ่งหมายนั้น ๆ โดยการเปรียบเทียบการคิดกับทักษะที่ผู้เรียนได้รับ มีการจัดระดับความสามารถและการปฏิบัติของผู้เรียน มีแบบฝึกหัดหรือตัวอย่างให้ผู้เรียนได้ศึกษา

             4. ทฤษฎีการสอนของลันดา (Landa)    เป็นการดำเนินการสอนโดยใช้การจัดลำดับขั้นการแก้ปัญหาโดยบ่งชี้กิจกรรมการเรียนก่อนที่ผู้เรียนจะลงมือเรียน และจัดให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติการตามที่ได้ออกแบบไว้

             การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละครั้งผู้สอนมักนำทฤษฎีการสอนทั้ง 4 ประการมาประยุกต์ใช้ในการสอนของตน การจะเลือกใช้ทฤษฎีการสอนใดนั้นควรขึ้นกับจุดประสงค์รายวิชา       จุดประสงค์การสอนและเนื้อหาการสอนแต่ละครั้งอาจใช้ทฤษฎีการสอนหลายประการผสมผสานกันก็ได้ และจากทฤษฎีการสอนนี้ครูอาจารย์  ผู้สอน  วิทยากรที่มีหน้าที่สอน   และให้มีการอบรมเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อาจมองเห็นแนวทางที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับการสอนของตน
ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงต่อการจัดการสอนคอมพิวเตอร์
             การสอนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์นั้นคงไม่สามารถจัดเข้าทฤษฎีการสอนประเภทใดประเภทหนึ่งได้โดยตรง            แต่ควรนำทฤษฎีการสอนทั้ง 4 ประการ  มาพิจารณาใช้ร่วมกัน การสอนคอมพิวเตอร์ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยบางประการที่จะส่งผลต่อการสอนให้สัมฤทธิผลด้วย จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนรับผิดชอบสอนรายวิชาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มาพอสมควร   จึงใคร่ขอเสนอปัจจัยที่ส่งผลต่อการสอนคอมพิวเตอร์ที่ประกอบด้วย ด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย

                          หนทางการแก้ปัญหา (Solution)
                          ประสบการณ์และแบบฝึกหัด (Experience and Exercises)
                          ความรู้ (Knowledge)
                          ความชอบความพึงพอใจ และการเล็งเห็นคุณค่า (Appreciation)
                          ความทันสมัย (Modern)

ซึ่งผู้เขียนของใช้ชื่อปัจจัยนี้ว่า SEKAM ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้

             
หนทางการแก้ปัญหา (Solution)
             การเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ มักพบปัญหาอยู่ตลอดเวลา  ทั้งปัญหาของผู้เรียนและผู้สอนเอง  เช่น ปัญหาผู้เรียนเขียนโปรแกรมภาษา  Basic แล้ว Run โปรแกรมไม่ออกผลลัพธ์ผู้สอนต้องช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนได้  โดยตรวจดูข้อผิดพลาด  อาจพบว่าผู้เรียนพิมพ์รูปแบบคำสั่งผิด หรืออาจลืมพิมพ์เครื่องหลายเพียงเครื่องหมายคำพูดปิดก็ได้ แต่ถ้าไม่พบข้อผิดพลาดเหล่านี้แล้วผู้สอนต้องพิจารณาต่อไปอีกว่ายังมีข้อผิดพลาดที่ใดอีกหรือไม่  ทั้งนี้ต้องแก้ปัญหาให้ได้ ถ้ายังไม่ได้ลงมือแก้ปัญหาต้องสันนิษฐานได้ว่าปัญหานั้นน่าจะมาจากสาเหตุใด

             ผลการศึกษาของ  Kathleen  M.  Swigger,  Robert Brazile,  and  Dongil  Shin (1997)     สรุปถึงการสอนนักศึกษาระดับปริญญาตรีวิชาเอกการคอมพิวเตอร์  (Computer Science)  ของมหาวิทยาลัย North Texas พบว่าการที่สอนคอมพิวเตอร์โดยใช้ผู้เรียนเรียนแบบกลุ่ม   โดยใช้ทักษะร่วมมือกันแก้ปัญหา (Cooperation Problem Solvig) มีผลสำเร็จจากการแก้ปัญหาโครงการสูงถึงร้อยละ 69.8  ขณะที่การเรียนแบบคนเดียวมีผลสำเร็จเพียง  ร้อยละ 47.3 เท่านั้น

             กล่าวได้ว่าการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์เป็นการเรียนการสอนแบบแก้ปัญหา   ทั้งนี้ตัวผู้สอนเองต้องฝึกฝนโดยการพบปัญหา หรือเคยกระทำกิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ให้เชี่ยวชาญพอ ก่อนจะมาสอน และถ้าผู้สอนสามารถแก้ปัญหาให้ผู้เรียนได้ แน่นอนว่าการยอมรับจากผู้เรียนย่อมเกิดขึ้นต่อตัวผู้สอน   บางครั้งปัญหาจากผู้เรียนยังช่วยให้ผู้สอนได้มีประสบการณ์สะสมไว้ด้วยเช่นกัน   ส่วนผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้ดี  จนได้ประสบการณ์ย่อมเกิดจากปัญหาที่ได้พบ และได้ฝึกการแก้ปัญหานั่นเอง

             
ประสบการณ์และแบบฝึกหัด
             การเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ที่ดีนั้น   ผู้สอนควรจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนที่เป็นประสบการณ์ตรง    การสอนคอมพิวเตอร์ควรสอนทฤษฎีน้อย   ฝึกปฏิบัติการมาก เนื่องจากนักเรียนนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ย่อมต้องการใช้เครื่องมากกว่าจะฟังคำอธิบายจากครู ถ้าจำเป็นต้องสอนทฤษฎีไม่ควรใช้เวลามาก  อธิบายเฉพาะทฤษฎีที่จำเป็นที่ต้องใช้ในครั้งนั้น ๆ แล้วจึงลงมือปฏิบัติการ   ถ้าผู้เรียนคนใดพบปัญหาและมีข้อซักถาม  ผู้สอนควรเข้าไปอธิบายที่เครื่องโดยตรงจะดีกว่า (อำพล สงวนศิริธรรม 2538:193)

             เมื่อกำหนดให้ผู้เรียนได้เรียนจากการฝึกปฏิบัติการ  โดยการใช้แบบฝึกหัดซึ่งแบบฝึกหัดควรมีทั้งในและนอกชั่วโมงเรียน   เพราะแบบฝึกหัดเป็นเครื่องมือที่ดี ในการให้ประสบการณ์ตรงแก่ผู้เรียน ตลอดจนเป็นแนวทางหนึ่งที่จะให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจความคงทนต่อการเรียนเนื้อหานั้น ๆ ได้ดีขึ้น    ผู้สอนต้องถือว่าแบบฝึกหัดเป็นการสื่อการสอนที่จะช่วยผู้สอนและผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน  ในกรณีที่ทำแบบฝึกหัดในชั้นเรียน ผู้เรียนพบปัญหาและข้อสงสัยมักจะถามผู้สอน ส่วนแบบฝึกหัดที่ให้ผู้เรียนทำนอกชั่วโมงเรียนยังช่วยให้ผู้เรียนได้ทบทวนการเรียนของตนเอง  ผู้สอนอาจใช้ประเมินผลการสอนของตนด้วยว่าเมื่อสอนแล้วผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์อย่างไร      นอกจากนี้ผู้สอนคอมพิวเตอร์ควรมีการเตรียมการสอนโดยคิดรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และควรสร้างแบบฝึกหัดตามจุดประสงค์ และเนื้อหา  การเรียนการสอนเป็นหลัก โดยที่แบบฝึกหัดนั้นต้องเน้นปฏิบัติการมากกว่าความรู้ทางทฤษฎี

             
ความรู้
             การสอนเนื้อหาความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร ์ แยกเป็นเนื้อหาทางทฤษฎี  และปฏิบัติการ การสอนทุกครั้งต้องเริ่มที่การให้ความรู้แก่ผู้เรียนก่อน จากนั้นจึงปฏิบัติการโดยใช้ความรู้ ความเข้าใจนั้น และจากความรู้พัฒนาเป็นทักษะความชำนาญต่อไป

             ความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์บางเรื่องที่ยุ่งยากซับซ้อน  เช่น  เรื่องคำสั่ง  ผังงาน  ควรสอนเนื้อหาในห้องเรียนธรรมดา  บางเนื้อหา  เช่น ประวัติคอมพิวเตอร ์ องค์ประกอบคอมพิวเตอร์  ผู้สอนอาจสรุปเพียงเล็กน้อยแล้วกำหนดให้ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้าเอง ให้ทำรายงานและนำเสนอในชั้นเรียน รวมถึงการจัดบอร์ดนิทรรศการเผลแพร่ความรู้ด้วย   โดยเป็นความรู้ที่นอกเนื้อจากแบบเรียน   และหลักสูตร  หรือเป็นความรู้เรื่องใหม่  เช่น  อุปกรณ์ Input Output ของคอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล เครื่องพิมพ์รุ่นใหม่ ระบบอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

             
ความชอบความพึงพอใจ และการเล็งเห็นคุณค่า (Appreciation)
             การเรียนถ้าเริ่มจาก  ฉันทะ  คือ ความชอบ ความพึงพอใจ และการเล็งเห็นคุณค่าจากเรื่องที่ตนสนใจ  ต้องการได้รับความรู้แล้ว  ผู้เรียนย่อมมีความสุขกับการเรียน อีกทั้งยังเป็นตัวทำนายได้ถึงความสำเร็จของผู้เรียนต่อไปด้วย

             จากผลการศึกษาของ  เกษมศรี พรหมภิบาล (2537)     เรื่อง  ผลของการสอนวิชาออกแบบ  1   ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก  ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย  กรุงเทพมหานคร  โดยศึกษาทั้งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน   และทัศนคติต่อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  พบว่า  ผลการสอนวิชาออกแบบ 1  เรื่องทฤษฎีองค์ประกอบศิลป ์ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์กราฟิก  ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางเรียนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้   และผู้เรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนนี้อยู่ในระดับดีมาก     มีความกระตือรือร้นสนุกสนานต่อการเรียน เห็นประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการเรียนการสอน

             ความทันสมัย (Modern)

             เนื่องจากวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์มีความเจริญก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วมากทั้งเรื่องฮาร์ดแวร์  ซอฟต์แวร์  ตลอดจนวิธีการใหม่  จากแนวการจัดกิจกรรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน  ระดับชั้นประถมศึกษา  ศูนย์พัฒนาหลักสูตร  กรมวิชาการ  กระทรวงศึกษาธิการ (2540:9) กล่าวว่า โปรแกรมคอมพิวเตอร์ใหม่ ๆ  ได้พัฒนาออกมาใช้ในท้องตลาดมากมาย  และโปรแกรมเหล่านี้ได้พัฒนาให้สะดวกต่อผู้ใช้มากขึ้น   แต่ต้องอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงขึ้น  ซึ่งตลาดพัฒนาอยู่ตลอดเวลา    หลักสูตรคอมพิวเตอร์พื้นฐานจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าด้วย จากแนวความคิดดังกล่าว   เนื้อหาความรู้ทางคอมพิวเตอร์ที่ผู้สอนจะนำเสนอกับผู้เรียนต้องเป็นเรื่องที่ทันสมัยสอดคล้องกับความก้าวหน้าด้วย จากแนวความคิดดังกล่าว          เนื้อหาความรู้ทางคอมพิวเตอร์ที่ผู้สอนจะนำเสนอกับผู้เรียนต้องเป็นเรื่องที่ทันสมัยสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางวิทยาการคอมพิวเตอร์  เช่น  การสอนด้านโปรแกรมประยุกต ์ ที่เปลี่ยน  Version อยู่เรื่อย ๆ  ดังนั้นผู้สอนย่อมต้องสอนโปรแกรม Version ใหม่นั้นตามที่นิยมกัน เมื่อสองปีการศึกษาที่ผ่านมาสอนโปรแกรม Windows 3.11  แต่ปัจจุบันต้องเปลี่ยนเป็น Windows 95 หรือ  Windows 98 แต่ทั้งนี้บางกรณีอาจสอนไม่ได้เพราะมีข้อจำกัดทางฮาร์ดแวร์ ผู้สอนคงต้องเลือกโปรแกรม Version ที่ใกล้เคียงกันแทน

             ผู้สอนคอมพิวเตอร์ควรใส่ใจติดตามวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์      เพื่อที่จะได้รับข่าวสารข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ         โดยการอ่านวารสารคอมพิวเตอร์ การไปชมนิทรรศการทางคอมพิวเตอร์ซึ่งมักจะมีการนำอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยมาแสดง การสืบค้นข้อมูลใหม่ ๆ ทางอินเตอร์เน็ต
         การสอนคอมพิวเตอร์นั้นนอกจากครูอาจารย์ ผู้สอน ผู้ให้การอบรมด้านคอมพิวเตอร์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นศาสตร์แล้ว ยังจำเป็นต้องอาศัยเทคนิควิธีการสอนที่มีศิลปะด้วย ศิลปะนั้นได้แก่ มีความรู้ความเข้าใจในทฤษฎีการสอน ตลอดจนการประยุกต์ทฤษฎีการสอนนั้นไปเป็นวิธีการสอน อีกทั้งต้องพิจารณาเกี่ยวกับปัจจัยที่ควรคำนึงถึงต่อการจัดการสอนคอมพิวเตอร์ด้วย ผู้เขียนได้นำเสนอชื่อว่า SEKAM ประกอบด้วย การที่ผู้เรียนมีความชอบ  ความพอใจ  การเล็งเห็นคุณค่าในวิชา  ผู้สอนให้ความรู้  จัดประสบการณ์ หรือให้แบบฝึกหัดเพื่อฝึกผู้เรียนให้บรรลุจุดประสงค์ของการสอน  และการสอนในเนื้อหาที่ใหม่  ทันสมัย  เปลี่ยนแปลงตามวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ อันได้แก่ การจัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมที่จะใช้ คำนึงถึงเรื่องแสงสว่าง อุณหภูมิ เสียง ภายในห้องเรียน เป็นต้น

             จากแนวคิดทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว   ยังไม่เป็นกระบวนการเรียนการสอนที่เต็มรูปแบบ   แต่คงเป็นแนวทางสำหรับครูอาจารย์   ผู้สอน และผู้ให้การอบรมด้านคอมพิวเตอร์      ได้พิจารณาประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  หรือการฝึกอบรมของท่านให้มีประสิทธิภาพต่อไป          การสอนคอมพิวเตอร์มิใช่การสอนที่ทำให้คนมีปฏิสัมพันธ์กับเครื่อคอมพิวเตอร์เท่านั้น   แต่ต้องเริ่มจากการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอน   และผู้เรียน

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคการทำรูปสีท่ามกลางรูปขาวดำ


1. เลือกรูปภาพที่จะนำทำมา โดยไปที่เมนู File ---> Open หรือกด Ctrl + O
2. ใช้เครื่องมือ  Pen Tool ตัดเฉพาะส่วนที่ต้องการให้เป็นภาพสี ดังรูปตัวอย่างคะ

3. เมื่อตัดรูปเรียบร้อยแล้ว ให้ไปที่แถบเมนู Paths คลิกขวาที่ Work Path จากนั้นเลือก Make Selection...แล้วกด OK จะได้เส้น Selection รอบรูปที่เราตัดเอาไว้ในขั้นตอนที่ 2

4. เมื่อได้เส้น Selection แล้ว ให้ไปที่เมนู Select ---> Inverse หรือ Shift + Ctrl + I เพื่อกลับด้าน Selection

5. จบจากขั้นตอนที่ 4 ให้ไปที่เมนู Image ---> Adjustments ---> Desaturate เพื่อเปลี่ยนภาพในส่วนที่ไม่ได้เลือก ให้กลายเป็นภาพขาวดำ

จบแล้วค๊าาา ^_____^ เทคนิคการทำรูปสีท่ามกลางรูปขาวดำ  

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แรงบันดาลใจ : โลกแห่งเว็บบล็อก Inspirations : Blogosphere

การทำบล็อกเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก  โดยเว็บบล็อกมีคนเข้ามาดูหลายร้อยล้านคน มีการบรรยายถึงบล็อกไว้ว่าเป็นจุดสูงสุดของงานพิมพ์สำหรับผู้คน และถูกนำไปใช้เพื่อท้าทายรัฐบาล และสื่อมวลชน สตีฟ โอแฮร์ ผู้สอนศาสนาทางดิจิทัลคนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ได้สำรวจว่ามีการใช้บล็อกอย่างไรในโรงเรียน สตีฟพบบล็อกเกอร์วัยระดับประถม ผู้กระตือรือร้นหลายคน และเห็นว่ามันช่วยวิชาการอ่าน และการเขียนได้อย่างไร ทักษะด้านเทคโนโลยี และขอบเขตของวิชาต่าง ๆ เขาพบว่าประโยชน์หลายข้ออยู่นอกเหนือหลักสูตร การทำบล็อกจะช่วยนักเรียนในการพัฒนาความมั่นใจ, ปรับปรุงการแสดงออกของตัวเอง, รู้สึกภาคภูมิใจกับการที่ได้ตีพิมพ์ผลงานของตัวเอง ในโรงเรียนเวสต์แบลตชิงตันในเมืองโฮฟ มีการฝึกทำบล็อกตั้งแต่ระดับบทลงมา สตีฟได้ไปเยี่ยมชมรมการทำบล็อกหลังเลิกเรียน ที่ประชุมพิเศษของคนทำบล็อก และเห็นว่ามีการนำเว็บบล็อกไปใช้แผนกเด็กออทิสติกของโรงเรียนด้วย


credit : http://www.thaiteachers.tv/vdo2.php?id=652#.Tkj-eHhKX1A.facebook

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

30 ทริคเล็กน้อยเกี่ยวกับคอมพ์


1. ในขณะที่คุณกำลังจะ Restart เครื่องใหม่ ก่อนที่จะกดปุ่ม OK ให้คุณกด Shift ค้างไว้ จะทำให้คุณ Restart ได้เร็วขึ้น
2. ในบาง Web Site หากคุณกด Ctrl ค้างไว้ และเลื่อน Scroll ที่ Mouse จะทำให้ตัวอักษรของ Web Site นั้นใหญ่ขึ้น
3. หากกดปุ่ม Refresh หรือ F5 แล้วยังเป็นข้อมูลเดิม ลองกด Ctrl + F5 รับรองจะได้ข้อมูลที่ใหม่ล่าสุดแน่ๆ
4. คุณสามารถเปิดไฟล์ Tips.txt ขึ้นมาเพื่ออ่านเทคนิคต่างๆ ได้ ซึ่งไฟล์นี้จะอยู่ใน c:windows ของคุณ
5. ในระหว่างที่คุณกำหลังใช้งาน IE อยู่นั้น สามารถกดปุ่ม F4 เพื่อเป็นการเปิดดู URL List ในช่อง Address ได้เลย
6. การกดปุ่ม Esc ระหว่างการใช้ IE จะทำให้ IE ของคุณนั้นหยุดโหลดได้ โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Stop
7. ระหว่างการใช้ IE สามารถกดปุ่ม Alt + D หรือ Ctrl + Tab เพื่อเข้า Address bar อย่างเร็วได้
8. คุณสามารถเพิ่มความเร็วให้กับ Internet ได้โดยทำการถอดสายเครื่องโทรศัพท์ ที่มีการต่อพ่วงอยู่กับสายที่ใช้ต่อ Internet ออก
9. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า welcome กด Enter เพื่อเปิดหน้าต่างต้อนรับของ Windows ได้
10. ที่ Notepad หรือ ICQ หากคุณลืมเปลี่ยน Mode ภาษา ให้กดปุ่ม Ctrl + Back Space เพื่อแก้คำที่พิมพ์ผิดไปแล้ว
11. คุณสามารถ เปิด Folder Desktop อย่างรวดเร็ว โดย Start -> Run พิมพ์จุด (.) ลงไปแล้วกด Enter
12. ใน IE สามารถกด Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้า Page ลงได้ ส่วนเลื่อนขึ้นคือ Shift + Space Bar
13. ใน Windows คุณไม่สามารถ สร้าง Folder ที่ชื่อ "con" ได้
14. ใน IE ที่ช่อง Address ปุ่ม Ctrl+Enter สามารถช่วยคุณ
ในการพิมพ์ URL ได้เร็วยิ่งขึ้น
15. การกด Ctrl ค้างเอาไว้ ตอนเวลา BOOT เครื่อง จะทำให้คุณไม่พลาด Startup Menu
16. คุณสามารถปิดนาฬิกาที่ Taskbar ได้ โดยคลิกขวาที่ Task bar > Properties > เอาเครื่องหมาย Show Clock ออก
17. หากคุณกด F11 ใน Windows Explorer จะช่วยให้มีการทำงานที่สะดวกขึ้น
18. ใน ICQ การส่ง Message หากคุณกด Ctrl+Enter จะสะดวก กว่าการ Click Mouse ที่ปุ่ม send
19. คุณสามารถกด F2 เพื่อ ใช้ในการเปลี่ยนชื่อ Icon ต่างๆ ได้
20. การกด F5 ใน NotePad จะเป็นการแทรก เวลา และวันที่ ปัจจุบัน
21. การกด Windows + E จะเป็นเปิด Windows Explorer ขึ้นมา
22. เปิด System Properties อย่างรวดเร็วคือการกด Window + Pause Break
23. การย่อยทุกๆ หน้าต่างที่เปิดใช้งาน ให้ยุบไปให้หมด คือการกด Window + D ถ้าจะขยายคืนมาอีก ให้กดซ้ำ
24. การเคาะวรรคในโปรแกรม Dreamweaver คือ Shift + Ctrl + Space Bar ส่วนการเว้นบรรทัดคือ Shift + Enter
25. การลบไฟล์แบบ ไม่เก็บไว้ใน Recycle Bin คือการกด Shift + Delete
26. การกด Shift ค้างไว้ เวลาใส่แผ่น CD-Rom จะเป็นการไม่ให้มันเปิด Autorun ของแผ่น CD-Rom นั้นขึ้นมา
27. การ Restart เครื่องอย่างเร็ว คือไปที่ Start -> Shut Down... -> Restart จากนั้น ก่อนที่จะ OK ให้กด Shift ค้างเอาไว้
28. ในระหว่างใช้ Browser คุณสามารถกดปุ่ม Space Bar เพื่อเลื่อนหน้าลง และ Shift + Space Bar เพื่อนเลื่อนหน้าขึ้นได้
29. กด Shift + คลิก จะเป็นการเปิดหน้าต่างขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้อง back กลับ
30. คุณสามารถ ไปที่ Start -> Run และพิมพ์ว่า hwinfo /ui กด Enter เพื่อดูรายงานต่างๆ ของ HardWare


วันศุกร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2554

กรอบนโยบาย ICT2020


โครงการจัดทำกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย ระยะ พ.ศ. 2554-2563 (National ICT Policy Framework 2011-2020: ICT 2020) เป็นโครงการที่ดำเนินการโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระยะ พ.ศ. 2544-2553 (IT 2010) ของ ประเทศไทย สิ้นสุดในปี 2553  กระทรวง ICT จึงได้จัดทำกรอบนโยบาย ICT 2020 ขึ้นเพื่อให้การพัฒนาICT มีความต่อเนื่อง เพื่อการกำหนดทิศทางการพัฒนา ICT ของประไทยในระยะ 10 ปี  รองรับการเปลี่ยนแปลงด้าน ICT ของโลก และเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน นำไปใช้เป็นแนวทางจัดทำแผนพัฒนา ICT ต่อไป กิจกรรม ใน Website คือ การนำเสนอประเด็นเพื่อให้ผู้สนใจ เขียนความเห็นเพื่อคณะทำงานนำไปพิจารณาใช้ประโยชน์ในการร่างนโยบายต่อไป
บัดนี้การจัดทำกรอบนโยบาย  ICT2020 ได้แล้วเสร็จ ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 ทั้งนี้ท่านสามารถดาวโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้ที่นี่